คำเตือน : กรุณาอ่านคำเตือนของตอนที่แล้ว เพราะขี้เกียจพิมพ์อ่ะ

 

หลายๆคนที่อ่านตอนที่แล้วคงสงสัยใช่มั้ยครับ

เอ๋ มีคนอ่านแค่ไม่กี่คนนี่หว่า เปลี่ยนใหม่

 ไม่กี่คนที่อ่านตอนที่แล้วคงสงสัยใช่ไหมครับ ว่าผมถูกลวนลามเพราะอะไรในสามข้อต่อไปนี้ ลองทายดูสิครับ

1.คนไข้ตาถั่ว

2.คนไข้หื่น

3.หมอหน้าตาดี

 

 ครับ ถูกต้อง ข้อ 3 ครับ

 

 

 จริงๆแล้วสาวน้อยสาวแก่สองคนนั้นจัดว่ายังฝึกปรือวิชาไม่ได้เต็มที่ ทำให้การลวนลามไม่นำพาไปสู่จุดสุดยอด เอ้ย  ไมใช่สิ จุดสิ้นสุดได้ แต่มีคนนึงครับที่เกือยจะไปถึงจุดสุดยอดนั้น และแน่นอนครับว่าคนๆนั้นไม่ใช่ผู้หญิง แต่เป็นผู้ชาย แค่นึกก็สยิวกิ้วทุกที

 

กรณีศึกษาสุดท้าย : ห้ามลอกเลียนแบบถ้าไม่จำเป็น

ผู้ป่วยชายไทยโสด อายุ 19 ปี หน้าตาดี ใสซื่อไร้มลพิษ

อาการสำคัญ  : ปวดท้องน้อยด้านขวามา 10 ชั่วโมง

ผู้ป่วยรายนี้เป็นผู้ป่วยจริงๆครับ ไม่ได้มารยาสารไถแต่ใดเลย วันแรกที่เจอนี่ร้องครวญครางมาก แล้วก็ดุใสซื่อและ มาดแมนมากๆ

 

"หมอครับ หมอจะผ่าไส้ติ่งกี่โมงอ่ะครับ ผมปวด "

" อดทนหน่อยนะครับน้อง ต้องรอให้อดอาหารครบหกชั่วโมงก่อนนะ อีกหนึ่งชั่วโมงนะ อดทนนิดนึงนะครับ"

 

 และแล้วการผ่าตัดไส้ติ่งก็ผ่านไปด้วยดี ผมไม่ได้เป็นคนผ่านะ โน่นหมอศัลย์ ผมน่ะแค่ลูกมือ ปัญหาก็คือว่า ผมไม่รู้ว่าไส้ติ่งขงไอ้น้องคนนี้มันเป็นที่บรรจุเทสโทดเทอโรนหรือฮอร์โมนเพศชายของน้องเค้าหรือเปล่า เพราะพอไส้ติ่งออก น้องมันก็ตุ๊ดแตกทันที

 

" เป็นไงครับ เจ็บแผลมั้ย หมอตรวจแผลผ่าตัดหน่อยนะครับ" ผมเข้าไปจังหวะที่น้องกำลังปะแป้งพอดีเป๊ะ

"ไม่เจ็บครับ" นั่นสายตาปิ๊งๆมาอีกแล้ว เอ้ยนี่มันคนเดียวกับเมื่อวานเหรอวะเนี่ย

"ดูแผลหน่อยนะน้อง"

ไม่ต้องรอเปิด น้องรีบเปิดเสื้อออกให้ผมดูแผลทันที โอ้ ไม่ใช่แค่เสื้อ ยังมีแก่ใจจะถลกกางเกงลงด้วย

"เอ่อ น้อง แผลนิดเดียวเอง ไม่ต้อถอดกางเกงหรอกครับ"

 

"ผมมีไส้เลื่อนอ่ะครับ เป็นมาตั้งแต่ ม ปลายแล้ว อยากให้หมอดูหน่อยไหนๆก็นอนโรงบาลแล้ว"

" อ่อ ได้ครับ"

และแล้วกางเกงของน้องก็ถูกถอดออกมาอย่างรวดเร็ว เอ่อ ทำไมมันต้องถอดหมดด้วยว่ะ ตายละกูบุคคลที่สามก็ไม่มี นี่ถ้าถูกรวบหัวรวบหางแล้วจะทำไงดีนี่ เอาว่ะ เพื่อคนไข้ ดูให้มันหน่อยละกัน


ตรวจ ตรวจ และตรวจอยู่นานทีเดียว

"ข้างนี่น่ะเหรอครับ" ผมลองคลำอัณฑะข้างขวาตรวจดูแต่ไม่พบความผิดปกติใดๆ

"ไอซิครับ" นั่นไม่เห็นมีนี่นา

"สงสัยมันดันกลับเข้าไปครับ แต่ปกติมันก็เลื่อนออกมานะครับ ข้างขวานี่แหละครับ ไม่รู้ทำไม"

"เอ แต่ตอนนี้ตรวจไม่เจอนะครับ ปกติถ้าหมอสอดนิ้วแบบนี้และคนไข้ไอ มันก็จะตุงๆนะ"

"อืม อาจจะเป็นเพราะผมนอนอยู่ ผมยืนละกันนะครับ"

น้องรีบยืนแล้วให้ผมตรวจซ้ำทันที ไม่มีครับ ไส้อะไรก็ไม่มีเลื่อนมาทั้งนั้นล่ะ มีแต่อะไรบางอย่างที่มันกำลังค่อยๆเปลี่ยนสภาพจากของเหลวให้เป็นของแข็ง เอ่อมันท่าจะขยายเต็มทีแล้วล่ะครับ ท่าจะแปลกๆแล้วกุ ต้องรีบสิ้นสุดการตรวจรักษา แล้วไว้ค่อยเรียกพี่มาตรวจดีกว่า

"น้องๆ พี่มันหมอจบใหม่ ไม่ใช่เจ้าของไข้โดยตรง เดี๋ยวบอกหมอเจ้าของไข้น้องให้ละกันนะ อ่ะๆใส่กางเกงได้แล้ว เดี๋ยวบอกให้ๆ "

แล้วผมก็รีบปลีกตัวออกมาอย่างรวดเร็ว

 

" พี่ๆ คนไข้เตียงแปดอ่ะครับ"

"อะไร อ้อ แผลเป็นไงวะ"

โอ๊ะ กูลืมดูแผล มัวแต่ไปตรวจไข่ให้มัน มันมาผ่าไส้ติ่งนี่หว่าไม่ใช่ไส้เลื่อน

"อ้อๆ แผลดีนี่ครับ แล้วน้องเค้ามาบอกผมว่ามีไส้เลื่อนอ่ะครับ พี่ไปดู...."

ผมยังพูดไม่ทันขบ     "อ้อ รู้ละๆ ไส้เลื่อน พี่ไปตรวจให้แล้วไม่มีนะ ปกติดี ดีนะที่น้องมันบอกว่าเป็นข้างซ้าย ไม่ใช่ข้างขวา ไม่งั้นตอนปวดท้องมาพี่คงงงว่าโรคไรแน่ แต่ตรวจละเอียดแล้วล่ะ ไม่น่าใช่น้า น้องมันคงคิดไปเอง แต่พี่ว่า อย่าไปยุ่งมากเลย คนไข้มันแปลกๆว่ะ เมื่อคืนกูดูแมนนะ วันนี้มันดูตุ้งติ้งๆว่ะ ไม่รู้หลอกให้พี่จับไข่หรือเปล่า 555 พี่ล้อเล่นน่ะ"

เอ่อ ข้างซ้าย แต่มันบอกกูว่าข้างขวา  มันยืนยันจริงๆนะ ข้างขวาคร้าบบหมอ

เอ่อ พี่ครับ ผมก็ตรวจแล้ว พี่เตือนไม่ทันแล้วอ่ะ

 

แล้วยังไงนี่ มันไม่ได้จบแค่นี้อ่ะดิครับ

" เฮ้ย มึง" อ้าวนั่นเพื่อนผมอีกสายนึงนี่นา 

"เฮ้ย คนไข้มึงที่เป็นไส้ติ่งน่ะ น้องมันมาบอกว่ามีไส้เลื่อนด้วยนี่ มึงไปตรวจยัง น้องเค้าบอกกู แต่กูไม่ใช่ทีมเจ้าของไข้เลยมาบอกมึงไปดู

"เอ่อ มัน มึงไม่ต้องกูดูแล้ว เดี๋ยวกูไป reassure กับมันเองว่าไม่มี"

เอ่อ ว่าแล้วก็ โอ้ พูดอะไรไม่ออกครับท่าน อย่างนี้ก็มีด้วย

พี่กูไปตัดไส้ติ่งหรือไปตัดต่อมเพศมันวะเนี่ย น่ากลัวชิบ

 

พรุ่งนี้ให้น้องมันกลับบ้านเลยดีกว่า.......

คำเตือน เหมาะสำหรับคนไข้อายุมากกว่าสิบแปดปีอ่าน กรุณาอ่านเอามันส์ และโปรดลืมคำว่าจรรยาบรรณไปชั่วคราว

 

 

เพื่อนๆ เคยลวนลามคุณหมอบ้างมั้ยครับ ??

อยากลองมั้ยครับ ??

 

สงสัยเหมือนผมมั้ยครับ ทำไมเวลาหมอลวนลามคนไข้ถึงชอบเป็นข่าวลงหนังสือพิมพ์

"หมอสิว ถ่ายคลิปจู๋เด็ก"

"หมอหลอกจับนมสาว"

แล้วทำไมเวลาหมอถูกคนไข้ลวนลามถึงไม่เป็นข่าวบ้าง

 

ผมเคยครุ่นคริดปัญหาพวกนี้อยู่นาน แล้วผมก็พบความจริงครับ เพราะบ่อยครั้งที่หมอถูกคนไข้ลวนลามนั้น คนไข้จะมีความสามารถในการลวนลามแบบมีชั้นเชิงมากครับ แบบว่ายังไม่ทันให้คุณรู้สึกผิดปกติ ก็จะจู่โจมแบบไม่ตั้งตัว 

 

และเรื่องที่ผมจะเล่า ก็คือคนไข้สามคนที่เคยลวนลามผม ทั้งหนุ่มน้อย สาวน้อย ป้าแก่ ซึ่งเขาและเธอแต่ละคนก็มีลีลาชั้นเชิงที่แตกต่างกันออกไป ผมไม่รู้่ว่าพวกเขาคิดอะไรกับผมหรือเปล่า แต่เอาเป็นว่าผมคิดละกันนะครับ  คนหน้าตาดีอย่างผมจึงต้องเจอเรื่องพวกนี้

 สำหรับสาวๆทั้งหลายที่อยากลวนลามหมอหนุ่มๆ ผมมีสองวิธีที่เรียนรู้จากคนไข้มาฝากครับ

กรณีที่ 1 สำหรับคนเริ่มฝึกลวนลาม --> หลอกให้จับแล้วงับซะ

เธอเป็นสาวสวยน่ารัก อายุประมาณยี่สิบกว่าๆ

อาการสำคัญ: ปวดข้อมือ

ผมพบเธอที่แผนกอุบัติเหตุ ในวันที่คนไข้เยอะมากๆวันหนึ่ง

"คุณหมอคะ หนูปวดข้อมือค่ะ" 

ตรงไหนครับ

"ตรงนี้ค่ะ" เธอชี้ให้ผมดูบริเวณข้อมือข้างขวาด้านนอก ซึ่งก็เป็นตำแน่งที่คนทั่วไปปวดบ่อยๆ

ผมซึ่งกำลังใจจดใจจ่อกำการบันทึกประวัติ  จึงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาดูเธอ พระเจ้า เธอสวยครับ แต่ว่าสายตาที่เธอมองผมสิ มันไม่ใช่แบบคนไข้มองหมอเลย เธอส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ผมพร้อมอธิบายต่อ

"คุณหมอลองจับตรงนี้สิค่ะ" ผมเอื้อมมือขวาไปแตะดูที่ข้อมือขวาของเธอ ส่วนเธอนั้นก็เอามือซ้ายมากุมมือขวาของผมไว้อย่างแผ่วเบาเทำให้หนุ่มอย่างผมต้องชะงักไปชั่วครู่  (พยายามคิดเป็นวิชาการหน่อยนะครับ นั่น เธอทำผมเองนะ..

 "เอ่อตรงนี้เหรอครับ"

"ไม่ใช่ค่ะ อีกนิดนึง อีกนิดนึง ใกล้ละคะ นั่นละค่ะ ตรงนั้นล่ะค่ะ  โอ้ นั่นล่ะค่ะ ใช่เลย" เอ๋ ทำไมสีหน้าเธอมันดูเหมือนคนมีความสุขมากกว่าปวดว่ะเนี่ย แถมใช้คำพูดแปลกๆ

ยังไม่ทันได้คิดเธอก็เลื่อน มือของเธอทั้งสองข้างมากุมมือผม ตอนนี้ผมตกอยู่ในกุมมือเธอแล้วครับ

" เอ๋ มือหมอเย็นจังเลย ไม่สบายหรือเปล่าค่ะ" นั่นไง มึงจะให้กูตรวจหรือจะตรวจกุะเนี่ย ผมคิด

" เพิ่งจบใหม่หรือเปล่าค่ะ หน้าเด็กจัง"  เธอพูดพร้อมกระพริบตาปริบๆ

โอ้ เธอเริ่มเปลี่ยนเรื่องแล้วครับ

" ใครมีแฟนเป็นหมอ คงดีเนอะ รักษาที่บ้านได้จะได้ไม่ต้องมาโรงบาลบ่อย" เธอพูดขณะที่มือข้างหนึ่งยังกุมข้อมือผม และมืออีกข้างก็ใช้นิ้วชี้เขี่ยเบาๆ

 

พระเจ้า ทั้งสายตา สีหน้า คำพูด และการสัมผัสนั้น เป็นใครก็ต้องคิดเหมือนผมล่ะครับ นี่ผมกำลังโดนเธอลวนลามทางวาจาและการกระทำเหรอเนี่ย ไม่ได้การแล้ว

 

"เอ่อ โรคเส้นเอ็นอักเสบครับ กินยาแก้อักเสบ พักการใช้แขนนะครับ"

" ผมไปตรวจคนไข้อุบัติเหตุก่อนนะครับ" ผมรีบบอกเธอ เขียนใบสั่งยา และหนีหายไปโดยเร็ว เฮ้อ เกือบเสียทีแล้วเรา

 

 

กรณีที่ 2 ถ้ากรณีที่ 1 ผิดพลาด -->มึงไม่ต้องจับกูจับเอง

เธอเป็นป้าแก่ๆคนหนึ่ง ประมาณ ห้าสิบปลายๆ แน่นอนครับจากอายุของเธอ ผมเชื่อว่าสมัยสาวๆ เธออาจจะเคยวิธีที่หนึ่งมาแล้ว และตอนนี้เธอก็มาด้วยวิธีที่น่าตรึงตาตรึงใจครับ

อาการสำคัญ : ปวดหลัง

ผมพบเธอที่ห้องตรวจผู้ป่วย

"ป้าปวดหลังเหรอครับ" 

"จ้ะ ตรงสะโพกเลย"

"เอ่อ คุณป้าช่วยยืนให้หมอดูได้มั้ยครับ จะได้รู้ว่าปวดตรงไหน"

"ยืนไม่ไหวหรอกจ้ะ" คุณป้าบอก

"อ้อ"ด้วยความรักคนแก่เป็นทุนเดิมผมจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อจะไปจับตรวจแกดู

"ตรงนี้เหรอครับ" ผมถามเธอพร้อมกดที่บั้นเอว

"ไม่ใช่หมอๆ"

เธอส่ายหัวว่าไม่ใช่

ผมเลื่อนไปกดตรงบริเวณสะโพก"ตรงนี้ล่ะครับ"

"นั่นก็ไม่ใช่จ้ะ" 

" แล้วตรงไหนล่ะครับคุณป้า"

เธอรีบลุกจากเก้าอี้ มือคว้าข้อมือผมไว้ และเอื้อมมือมาจับตรงก้นผมทันทีแบบตั้งตัวไม่ทั้น

"ตรงนี้ๆ " โอ้ คุณป้าแกเล่นลูบตูดผมทั้งสองข้าง เล่นเอาไม่ทั้นตั้งตัวเลย เท่านั้นไม่พอครับเธอยังเสริมด้วยว่า

"แล้วก็ร้าวมาแนวนี้เลย" เธอใช้มือของเธอลูบมาตามร่องตูดผมเลยครับ

โอ้ อะไรของป้าวะเนี่ย

"เอ่อๆทราบละครับ" ผมรีบนั่งโดยเร็ว  ไม่ปล่อยโอกาสให้แกได้ทะลวงจู่โจมไปลึกซึ้งกว่านี้

แต่ป้าก็ยังไม่จบ เธอพยายามจะลุกจากเก้าอี้มาอธิบายประกอบการแสดงกับผมอีก จนผมต้องรีบตัดบท

"น่าจะเป็นกระดูกสันหลังเสื่อมน่ะครับ เดี๋ยวผมจ่ายยาให้นะป้านะ เอางี้ดีกว่า ป้ารอหน้าห้องยาเลยนะ เดี่ยวผมให้คนเอาใบสั่งยาไปให้"

โอ้ โดนดีอีกแล้วกู ผมรู้นะ ป้าไม่ได้คิดอะไร แต่ผมคิด

 

 

นี่ก็เป็นสองวิธีเบื้องต้น สำหรับสาวๆที่อยากฝึกลวนลามหมอให้จำไปใช้ อาจจะลองเปลี่ยนเป้นปวดท้องน้อย ขาหนีบ ทวารหนัก แล้วแต่จะครีเอทเลยครับ แล้วลอดูแบบเนียนๆ แต่ผมแนะนำว่าควรใช้เฉพาะกับหมอผู้ชายนะครับ เพราะถ้าคุณเป็นคนไข้ผู้ชายแล้วไปใช้กับหมอผู้หญิงนี่ คุกครับคุก ลองจินตนาการสิครับ ถ้าเป็นวิธีที่สอง โอ้ ไม่ยากจะคิด

 

แล้วสำหรับหนุ่มเกย์ทั้งหลาย คราวหน้าผมก็จะมาแนะนำครับ ว่าคนไข้ที่เป็นเกย์ของผมนั้นมีวิธีลวนลามผมอย่างมีชั้นเชิงอย่างไร และรับประกันว่าเอาไปใช้ได้แน่นอน  เหอะๆ

 

 

 

 

 

ทำงานมาจะครบปีแล้ว จะว่าไปก็มีคนไข้วัยรุ่นเยอะพอสมควร สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ อาจารย์เคยสอนวิธีมากมายในการซักประวัติคนไข้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ก็จำๆมาบ้างแล้วก็ได้ใช้

 

จำได้ว่าวันนั้นมีน้องผู้หญิง ใส่ชุดมัธยมปลายน่ารัก หน้าใสกิ๊กคนนึงมาด้วยอาการปวดท้องน้อย

 

"ปวดมานานแค่ไหนล่ะครับ"

"สองสามวันค่ะพี่หมอ ปวดเป็นพักๆ แต่วันนี้ปวดเยอะเลยมาโรงบาล"

"แล้วมีเลือดออกหรือตกขาวผิดปกติบ้างไหมครับ."

"มีตกขาวเยอะเลยค่ะ คันด้วย."

พอได้ยินดังนี้ อืมเอาล่ะวะกู ต้องแยกโรคทางเพศสัมพันธ์ให้ได้ แบบว่าปีกมดลูกอักเสบไรงี้ ดังนั้นเลยตัดใจถามประโยคสุดคลาสสิกที่ครูบาอาจารย์เสี้ยมสอนมา เหอะๆ

"โทดนะครับ น้องมีแฟนหรือยัง"     

สำหรับประโยคนี้หลายคนอาจจะฟังมองดูแปลกๆ แต่อาจารย์สอนมาจริงๆนะ อาจจะดูเหมือนไปจีบคนไข้สักหน่อย แต่ก็คงดีกว่าประโยคต่อไปนี้

"เคยมีไรกะใครมั้ยน้อง" หรือว่า "สามีอยู่ไหน" หรือว่า " มีไรกะแฟนบ่อยป่ะ" ซึ่งจะดูหื่นกว่าหลายเท่า

" มีแล้วค่ะ "

นั่น อาจารย์สอนว่าประโยคต่อไปคือ "เป็นแฟนกะพี่มั้ยจ๊ะน้องสาว" เอ้ยไม่ใช่สิ จริงๆอาจารย์สอนว่า"เคยยุ่งกันมั้ย" แต่ผมไม่ชอบแฮะ มันดูงงๆ ดีไม่ดีจะโดนถามกลับว่า ยุ่งกันยังไงคะ หนูก็อยู่ของหนูไม่เห้นเค้ามายุ่ง เอ่อ ว่าแล้วก็ถามตรงๆดักว่า ยังไงก็เป็นหมอไม่น่าเกลียดอยู่ละ

" แล้วน้องเคยมีเพศสัมพันธ์กับแฟนน้องบ้างไหมครับ"

"ค่ะ เป็นระยะๆ"

เป็นระยะๆ นี่มันหมายความว่าไงว่ะ เอ่อ ไม่ได้ๆต้องคิดทางวิชาการ จากคำตอบประมวลได้ว่า เพราะฉะนั้นน้องมีปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์

(เป็นระยะๆ) รวมไปถึงการท้องนอกมดลูกด้วยซ้ำ

" ป้องกันมั้ยครับ"

"ไม่"

"อ้าว ไม่ได้ป้องกันเลยเหรอครับ มีเพศสัมพันธ์ต้องปลอดภัยนะ"

"ก็ปลอดภัยอยู่นะ แบบว่าสอดใส่น่ะมีบ้าง แต่ไม่ท้องหรอกหมอ"

โอ้ เด็กสมัยนี้มันกล้าพูดตรงๆนะนี่ ได้ใจจริงๆ ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา

" จะปลอดภัยได้ไงครับ ถ้ามีการสอดใส่แต่ไม่ได้ใช้ถุงยาง"

" แฟนหนูไม่ใช่ผู้ชาย" เธอตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย "หนุล้างก่อนใส่ทุกครั้งด้วย"

เอ่อ ตอนนี้คิดไปไกลแล้วครับ วิชาการแทบไม่ออกละ เอ่อ สอดใส่ ไม่ใช่ผุ้ชาย ล้างทุกครั้ง

เอ่อ

เอ่อ

 

 

แต่ในที่สุดก็รักษาไปจนได้ ไปตรวจปัสสาวะ ก็เป็นแค่กระเพาะปัสสาวะอักเสบนั่นแหละ ไม่ได้เกี่ยวอะไรเล้ย กับโรคทางเพศสัมพันธ์ จะถามให้เหนื่อยไปทำไมวะตู เฮ้อ

 

แต่ก็สรุปได้อย่างเดียวจริงๆ เด็กสมัยนี้มันแรงจริงๆว่ะ

 

 

 

edit @ 6 Apr 2009 22:07:10 by Benefat